ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
กฎการใช้เว็บบอร์ด
1. ไม่โพสต์ข้อความที่ผิดต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2. ห้ามโพสข้อความโฆษณา หรือข้อความในลักษณะจดหมายลูกโซ่
3. ห้ามโพส คลิป video หรือ รูปภาพ ที่ส่อไปในทางยั่วยุทางเพศ
4. ไม่ปั๊มกระทู้ หรือโพสต์กระทู้เดิมซ้ำๆ
5. ห้ามซ่อนข้อความโดยไม่จำเป็น
6. ทางเว็บไซต์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบข้อความใดๆ โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า

*หมายเหตุ ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ระบอบทักษิณและมาร์กอส  (อ่าน 142 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ระย้า เลือดไทย
Global Moderator
Junior
*****

Angel : Devil +21/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 204



ดูรายละเอียด
| | Share/Bookmark
« เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2010, 10:20:04 AM »

Permalink: ระบอบทักษิณและมาร์กอส
ทักษิณและมาร์กอส : การวางรากฐานอำนาจ
Thaksin & Ferdinand Marcos  : Launching of Enforcement
 

รัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร และรัฐบาลของประธานาธิบดี เฟอร์ดินาล มาร์กอส นอกจากจะมีความเหมือนกันในแง่ของความพยายามแก้ไขกฎหมาย เพื่อเพิ่มอำนาจและรักษาอำนาจให้กับตนเอง ตลอดจนมีความพยายามแทรกแซงและครอบงำ สื่อสารมวลชนแล้ว รัฐบาลคู่แฝดแต่อยู่คนละประเทศยังมีความเหมือนกันในแง่ของ การสร้างคะแนนนิยมจากประชาชนและการสร้างฐานอำนาจ

แนวคิดนโยบายประชานิยม
เฟอร์ดินาล มาร์กอส มีนโยบายสร้างสังคมใหม่ (New Society) เพื่อพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าที่สุดในอาเซียน  โดยออกนโยบาย
ปฏิรูปเศรษฐกิจรากหญ้า การพัฒนาคนจนในท้องถิ่นห่างไกล การอุดหนุนราคาสินค้าเกษตร การจัดสรรสวัสดิการให้ประชาชน รวมถึงการสร้าง โครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก ซึ่งนโยบายต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้ประเทศเป็นหนี้เป็นจำนวนมาก

ส่วนรัฐบาลไทยรักไทยมีแนวนโยบายที่คล้ายคลึงกัน คือ “คิดใหม่ ทำใหม่” โดยกำหนดชุดของนโยบายประชา นิยมจำนวนมาก ที่พยายามเอาใจประชาชนระดับรากหญ้า อาทิ โครงการพักชำระหนี้เกษตรกร กองทุนหมู่บ้าน โครงการเอื้ออาทรต่าง ๆ การปรับโครงสร้างหนี้ภาคประชาชน การทำสงครามกับความยากจน โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค การขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ รวมทั้งรัฐบาลยังมี แผนลงทุนในโครงการ
เมกะโปรเจกต์ เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก ซึ่งโครงการต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้ประชาชนเป็นหนี้มากขึ้น และอาจจะทำให้ประเทศเป็นหนี้จำนวนมาก หากรีบเร่งลงทุนในโครงการเมกะโปรเจกต์


การสร้างเครือข่ายกับกลุ่ม ผลประโยชน์ต่าง ๆ

รัฐบาลมาร์กอสยังพยายามสร้างเครือข่าย กับกลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่มีบทบาทสำคัญในการเกื้อหนุนเสถียรภาพของรัฐบาล 12 คน (12 Rolex) เพื่อให้ทหารหนุนหลังรัฐบาล เช่น การแต่งตั้งกลุ่มมุสลิม เข้ามาดำรงตำแหน่งในรัฐบาล การให้ผลประโยชน์แก่นายทหารในกองทัพ โดยกรณีที่เป็นที่โจษจันกันมากคือ การให้นาฬิกาโรเล็กซ์แก่นายทหารชั้นผู้ใหญ่

รัฐบาลทักษิณได้พยายาม สร้างเครือข่ายการสนับสนุนจากกลุ่มผลประโยชน์สำคัญ ๆ “คนเดือนตุลา”มาเป็นแกนนำในรัฐบาล เพื่อให้ได้ฐานเสียงจากกลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชนต่าง ๆ การดูด ส.ส.ของ 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นชาวมุสลิม เข้ามาเป็นสมาชิกของพรรค หรือความพยายามสร้าง สัมพันธ์กับนายพลในกองทัพ โดยเฉพาะการแนะนำให้เลขาของภริยานายกฯแต่งงานกับผู้บัญชาการทหารอากาศ

วางเครือญาติและพวกพ้องในตำแหน่งสำคัญ
รัฐบาลมาร์กอสได้วางเครือญาติและพวกพ้องในตำแหน่ง สำคัญทางการเมือง และหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้รัฐบาลสามารถดำเนินนโยบายและ
บริหารประเทศ ที่เอื้อประโยชนต่อธุรกิจของประธานาธิบดีและพวกพ้อง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การแต่งตั้งญาติของ อิเมลด้า มาร์กอส เป็นผู้คุมกรมสรรพากร ซึ่งทำให้ดำเนินธุรกิจของครอบครัวมาร์กอสได้รับประโยชน์จากการยกเว้นภาษี

ขณะที่รัฐบาลทักษิณได้ใช้วิธีการเดียวกันเช่น การแต่งตั้งพลเอกชัยสิทธิ์ ชินวัตร ลูกพี่ลูกน้องผู้พี่ของนายกฯ เป็นผู้บัญชาการทหารบก เพื่อควบคุมกำลังทหาร การแต่งตั้งพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ซึ่งเป็นพี่เขย เป็นผู้บัญชาการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อดูแล ควบคุมกำลังตํารวจ ตลอดจนการแต่งตั้งพล.อ.อ.คงศักดิ์ วันทนา ซึ่งเป็นสามีของเลขาฯ คนสนิทของคุณหญิง พจมาน ชินวัตร เป็น รมว.มหาดไทย มากไปกว่านั้นการแต่งตั้งพล.ต.ต.สุรสิทธ์  สังขพงศ์ เพื่อนนักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 26 ควบคุมดูแลกองสลากกินแบ่งรัฐบาล ฯลฯ โดย แต่งตั้งเครือญาติและพวก พ้องของผู้มีอำนาจในรัฐบาลให้เป็นใหญ่ในหน่วยงานสำคัญ ๆ

เราจะเห็นได้ว่า รัฐบาลคู่แฝดใช้วิธีการเดียวกันในการวางรากฐานอำนาจ เพื่อที่จะให้อำนาจของตนเองนั้นยั่งยืน ด้วยการใช้นโยบายเอาใจคนระดับรากหญ้า การสร้างเครือข่ายกับกลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ โดยการแบ่งสรรประโยชน์ที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ตลอดจนการสร้างฐานอำนาจในองค์กรสำคัญของรัฐ
 
บันทึกการเข้า
ระย้า เลือดไทย
Global Moderator
Junior
*****

Angel : Devil +21/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 204



ดูรายละเอียด
| | Share/Bookmark
« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2010, 10:21:36 AM »

Permalink: Re: ระบอบทักษิณและมาร์กอส
ทักษิณและมาร์กอส  : การละเมิดสิทธิมนุษยชน
Thaksin & Ferdinand Marcos  : The Violation of Human Rights
 

ความเหมือนระหว่างรัฐบาลของประธานธิบดีเฟอร์ดินาล มาร์กอสในอดีต กับการบริหารงานของรัฐบาลทักษิณ รัฐบาลทั้งสองยุคนอกจากจะมีความเหมือนในด้าน การวางรากฐานอำนาจ การออกกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ต่อตนเองและพวกพ้อง รวมไปถึงการแทรกแซงสื่อ ทั้งสองรัฐบาลยังมีความเหมือนกันอีกประการหนึ่ง คือ การกระทำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน

เมื่อมองย้อนกลับไปในยุคของรัฐบาลมาร์กอส ได้ใช้อำนาจรัฐเพื่อปรับปรุงและจัดระบบระเบียบสังคมในประเทศ ฟิลิปปินส์ในเวลานั้น โดยการประกาศใช้กฎอัยการศึก ซึ่งทำให้ประชาชนฝ่ายต่อต้านนับพันคนถูกคุมขัง รวมไปถึงการหายสาบสูญของผู้ต่อต้านจำนวนหนึ่งที่ ถูกอุ้มฆ่าโดยกองกำลังรักษาความปลอดภัยที่อยู่ภายใต้การนำของมาร์ กอส

นอกจากนี้ มาร์กอสยังระงับใช้กฎหมายที่กำหนดให้ต้องส่งตัวผู้ต้องหาไปฟ้องร้องต่อศาล อีกทั้งอนุญาตให้ตำรวจจับใครก็ได้ โดยไม่ต้องมีหมายจับ ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของคนในประเทศ ทำให้และประชาชนไม่สามารถใช้สิทธิอย่างที่ตนเองมีภายใต้ระบอบประชาธิปไตยได้ ตัวอย่างที่ชัดเจน คือ เหตุการณ์ในเดือนมกราคม ปี 1970 ที่ประธานาธิบดีอนุญาตให้ใช้กำลังสลาย กลุ่มนักศึกษาที่มาชุมนุมประท้วง ทำให้นักศึกษา 6 คนเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

การละเมิดสิทธิมนุษยชนได้ เกิดขึ้นอย่างชัดเจนในรัฐบาลทักษิณ อาทิ การประกาศทำสงครามยาเสพติดจน ทำให้มีการวิสามัญฆาตกรรมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดจำนวน 2,849 ศพ การเข้าสลายการชุมนุมม็อบท่อ ก๊าซไทย-มาเลย์รุนแรงเกินความจำเป็น โดยที่ตำรวจ 500 นาย ใช้ไม้กระบองไล่ตีกลุ่มผู้ชุมนุมที่หน้าโรงแรมเจบี หาดใหญ่ ขณะที่ทำละหมาด การสังหารหมู่ผู้ก่อความไม่สงบ ที่หนีเข้าไปหลบในมัสยิดกรือเซะ 106 ศพ รวมไปถึงการใช้กำลังเข้าปราบ ปรามผู้ชุมนุมที่ สภอ.ตากใบ จนทำให้มีผู้เสีย ชีวิต 85 รายจากการขนย้ายผู้ต้องหาที่ผิดวิธี


มาตรการสำคัญที่ทำให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน อย่างรุนแรงใน 3 จังหวัดภาคใต้ คือ การประกาศกฎอัยการศึก ซึ่งต่อมารัฐบาลได้เปลี่ยนเป็นพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ของรัฐในการตรวจสอบและจับกุมผู้ต้องสงสัยได้เลยทันที กฎหมายดังกล่าวมีส่วนทำให้เกิดคดีที่ประชาชนสูญหายโดยไร้ร่องรอยเป็น จำนวนมาก ซึ่งมีการสันนิษฐานว่าอาจจะถูกอุ้มฆ่าโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ตัวอย่างที่ชัดเจนและโด่งดังที่สุด คือ การหายสาบสูญไป ของทนายสมชาย นีละไพจิตร ซึ่งมีความชัดเจนในชั้นศาลแล้วว่า ตำรวจ เป็นผู้พาตัวทนายสมชายไป เพียงแต่ยังไม่พบหลักฐานการตายของทนายสมชายเท่านั้น


การใช้นโยบายของรัฐบาลทักษิณนับเป็นการลิดรอน สิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจนและรุนแรง จนทำให้องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยและต้องการเข้ามาตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกรณี ต่าง ๆ รวมทั้งองค์การสหประชาชาติยังได้จัดอันดับความรุนแรงในการละเมิดสิทธิมนุษย ชนของประเทศไทยให้อยู่ในอันดับที่แย่ลง

หากรัฐบาลของประธานาธิบดีมาร์กอส ถูกจัดให้เป็นรัฐบาลที่ปกครอง ด้วยระบอบเผด็จการ อำนาจนิยม โดยมีดัชนีชี้วัดสำคัญ คือการละเมิดสิทธิมนุษยชน ดังนั้นการที่รัฐบาลทักษิณที่มีพฤติกรรม ที่คล้ายคลึงกันในการละเมิดสิทธิมนุษยชน เราจึงอาจจะจัดให้รัฐบาลนี้อยู่ในพวกเผด็จการ อำนาจนิยมได้เช่นกัน
บันทึกการเข้า
ระย้า เลือดไทย
Global Moderator
Junior
*****

Angel : Devil +21/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 204



ดูรายละเอียด
| | Share/Bookmark
« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2010, 10:22:41 AM »

Permalink: Re: ระบอบทักษิณและมาร์กอส
ทักษิณและมาร์กอส : ผลประโยชน์ทับซ้อน
Thaksin & Ferdinand Marcos  : The Conflicts of Interest
 

ประธานาธิบดีมาร์กอสนั้นมีผล งานที่โดดเด่นเป็นที่จดจำ คือ การคอร์รัปชันอย่างมโหฬารติดอันดับโลก มาร์กอสดำเนินนโยบายที่เอื้อประโยชน์ต่อญาติพี่น้องและพวกพ้องของ ตนเอง โดยเฉพาะการให้บริษัทฯในเครือญาติชนะการประมูลโครงการ สำคัญของรัฐ เช่น โครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านไฟฟ้า ประปา โทรคมนาคม การส่งออกน้ำตาล หนังสือพิมพ์ และน้ำมัน ซึ่งบางโครงการได้รับการยกเว้นเก็บภาษีเข้ารัฐ

มาร์กอสยังใช้อำนาจรัฐครอบงำและทำลายธุรกิจที่เป็นคู่แข่งทางการ เมือง เพื่อทำให้ธุรกิจของครอบครัวและพวกพ้องสามารถครอบ ครองอุตสาหกรรมหลักของประเทศไว้ได้ทั้งหมด ซึ่งในสมัยที่ประธานาธิบดีมาร์กอสดำรงตำแหน่ง มีเพียงไม่กี่ตระกูล เท่านั้นที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายรัฐและครอบครองเศรษฐกิจของ ฟิลิปปินส์ ได้แก่ ตระกูลโลเปซ โรมัวล์เดช ตัน โคฮวงโก อายาลา และโซริยาโน

เมื่อหันมาพิจารณา ระบอบทักษิณจะพบลักษณะที่คล้ายคลึงกัน คือการกำหนดนโยบายที่ทำให้ธุรกิจของ ตนเองและพวกพ้องได้รับผลประโยชน์ เช่น การแก้ไขกฎหมายสรรพสามิตโทรคมนาคมเพื่อให้ธุรกิจบริการโทรศัพท์มือถือของ ครอบครัวนายกฯได้รับประโยชน์ การให้สัมปทานพัฒนาพื้นที่อุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินแก่บริษัทของลูกชายนายกฯ การให้ EXIM Bank อนุมัติเงินกู้ให้แก่รัฐบาล พม่า 4,000 ล้านบาท เพื่อนำเงินดังกล่าวมาจ้างบริษัทชินแซทฯ รับงานเครือข่ายดาวเทียม ตลอดจนการยกเว้นภาษีให้กับโครงการดาวเทียม IP Star ของบริษัทชินแซทฯ เป็นต้น


แนวนโยบายของรัฐบาล ทักษิณยังมีความพยายามครอบงำหรือทำลายกิจการของรัฐ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นคู่แข่งกับธุรกิจของคนในรัฐบาล อาทิ การขายหุ้นกิจการพลังงานของรัฐแล้วให้พวกพ้องของตนเข้าไปถือหุ้นโดยหวังผล ประโยชน์จากการผูกขาดในกิจการนั้น การทำให้สายการบินไทยอ่อนแอเพื่อให้สายการบินต้นทุนต่ำของตนเองได้ประโยชน์ การทำให้โรงพยาบาลของรัฐมีคุณภาพต่ำด้วยการดำเนินนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคทั้ง ๆ ที่ไม่มีความพร้อม จนทำให้คนหันไปใช้บริการโรงพยาบาลเอกชนที่ตนเองเข้าไปครอบงำกิจการ หรือการทำให้รัฐวิสาหกิจด้านโทรคมนาคมและการสื่อสารอ่อนแอจนมีการครหาว่า เพื่อที่จะไม่ขึ้นมาเป็นคู่แข่งกับธุรกิจมือถือของตน หรือแม้แต่การจัดการกับเจ้าหนี้นอกระบบแต่กลับไม่จัดการกับบริษัทเงินด่วน ของตนเองที่คิดดอกเบี้ยสูง ฯลฯ

เป็นที่ทราบกันดีว่า ในรัฐบาลทักษิณ มีตระกูลใหญ่เพียง 10 ตระกูลเท่านั้นที่ได้รับประโยชน์ โดยรัฐบาลได้กำหนดนโยบายที่ให้เอื้อ ประโยชน์ต่อกลุ่มทุนที่ใกล้ชิดกับรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเจรจาเขตการค้าเสรี (FTA) ซึ่งมีความพยายามแลกผลประโยชน์ของธุรกิจที่ใกล้ชิดรัฐบาลกับความเสียหายของ ภาคเศรษฐกิจอื่น ๆ เช่น เอฟทีเอไทย-ออสเตรเลียที่แลกผลประโยชน์ของอุตสาหกรรมยานยนต์กับความเสียหาย ของอุตสาหกรรมโคเนื้อและโคนม เป็นต้น หรือการกำหนดอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ 5 ด้าน (Global Niche) โดยปราศจากผลการศึกษาวิจัยอย่างรอบคอบ

จากการศึกษาประวัติศาสตร์ พบว่า รัฐบาลเผด็จการแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทตามเป้าหมายของรัฐบาล รัฐบาลเผด็จการประเภทแรก เป็นรัฐบาลที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายเผด็จการ ตั้งแต่การรวบอำนาจ การแทรกแซงองค์กรต่าง ๆ และการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยมีเป้า หมายเพื่อการสร้างชาติให้เข้มแข็ง ส่วนรัฐบาลเผด็จการประเภทที่สอง คือรัฐบาลที่มีพฤติกรรมเผด็จการเช่นกัน แต่กลับมีเป้าหมายเพื่อ แสวงหาผลประโยชน์เข้ากระเป๋าของตนเองและพวกพ้อง รัฐบาลประเภทนี้ เราเรียกว่า “รัฐบาล เผด็จการทรราชย์”
บันทึกการเข้า
ระย้า เลือดไทย
Global Moderator
Junior
*****

Angel : Devil +21/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 204



ดูรายละเอียด
| | Share/Bookmark
« ตอบ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2010, 10:23:21 AM »

Permalink: Re: ระบอบทักษิณและมาร์กอส
ทักษิณกับมาร์กอส
Taksin & Ferdinand Marcos
 

จากการศึกษาประวัติศาสตร์ ของประเทศฟิลิปปินส์ ในยุคของประธานาธิบดี เฟอร์ดินาล มาร์กอส ได้พบความคล้ายคลึงกันของผู้นำประเทศต่างยุคต่างสมัยกัน ระหว่างรัฐบาลอดีตประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์ และรัฐบาลไทยในปัจจุบันในหลาย ๆ ประเด็น อาทิแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มและรักษาอำนาจให้กับตนเอง

ในช่วงที่ครองอำนาจ ประธานาธิบดีมาร์กอสได้ความพยายามเพิ่มและรักษาอำนาจของตนเอง โดยเฉพาะความพยายาม แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในปี 1971 เพื่อให้ ตนเองสามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้ ซึ่งได้มีข่าวอื้อฉาวว่ามากอร์ส พยายามติดสินบนให้ผู้เข้าร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญ โหวตแก้ไขให้ประธานาธิบดีสามารถดำรงตำแหน่งเกินกว่า 8 ปี หรือ 2 สมัย แต่ความพยายามดังกล่าวไม่สำเร็จ มาร์กอสจึงประกาศกฎอัยการศึกใน วันที่ 21 ก.ย.1972 หลังจากนั้นอีก 14 ปีต่อมา เขาปกครองฟิลิปปินส์ในแบบเผด็จการ

พฤติกรรมดังกล่าวคล้ายกับสิ่งที่รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร พยายามทำในช่วงที่ผ่านมา เช่น การออกพระราชกำหนดการบริหารราชการ แผ่นดินในภาวะฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เพื่อเพิ่มอำนาจเด็ดขาดให้กับนายกฯ การผลักดันร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุม เพื่อให้นายกฯและรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงพิจารณาและถือเป็นมติคณะรัฐมนตรี โดยไม่จำเป็นต้องประชุม ครม.ทั้งคณะ และล่าสุดคือการออก พ.ร.ฎ.ยุบสภา ซึ่งกำหนดวันเลือกตั้งอย่างกระชั้นชิด เพื่อให้พรรคไทยรักไทยได้เปรียบในการเลือกตั้ง และประเด็นที่เราต้องติดตามต่อไป คือ จะมีความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อรักษาอำนาจให้ตนเองหรือไม่

แทรกแซงและปิดกั้นสื่อ ในยุคของประธานาธิบดีมาร์กอส เป็นยุคที่สื่อสารมวลชนของฟิลิปปินส์ขาดเสรีภาพ เพราะสถานีวิทยุมี กลุ่มทุนที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลเป็นเจ้าของ และมาร์กอสยังได้ให้เครือ ญาติรวมไปถึงเพื่อนของตนควบคุมหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ แต่ หลังจากการตายของเบนิญโญ อาร์คีโน ผู้นำฝ่ายค้านของฟิลิปปินส์ จากการถูกลอบสังหาร ซึ่งมีการครหาว่าเป็นการบงการของประธานาธิบดี หนังสือพิมพ์ในฟิลิปปินส์จึงเริ่มปลอดจากการเมืองมากขึ้น

ในยุคสมัยของรัฐบาลทักษิณ  ชินวัตร สื่อสารมวลชนในประเทศไทยถูก แทรกแซงและปิดกั้นไม่แตกต่างกัน ทำให้ไม่สามารถสื่อสารความจริงให้ประชาชนได้อย่างเต็มที่ ดังตัวอย่างของกรณีที่ชินคอร์ปเข้าถือหุ้นใหญ่ในไอทีวี และย้าย บรรณาธิการข่าวของไอทีวี เพราะไปวิจารณ์การแก้ปัญหาไข้หวัดนกของนายกฯ รวมทั้งการปลดผู้สื่อข่าวไอทีวี 23 คน การปลด บรรณาธิการและบรรณาธิการข่าวสายความมั่นคงของหนังสือพิมพ์ บางกอกโพสต์ การฟ้องร้องหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ที่ เสนอข่าววิพากษ์วิจารณ์ธุรกิจครอบครัวของนายกฯ การปิดวิทยุชุมชนที่ วิจารณ์รัฐบาล รวมไปถึงการแทรกแซงสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง แต่หลังจากการ ชุมนุมขับไล่นายกฯ มีความเข้มข้นมากขึ้น การเสนอข่าวของโทรทัศน์และ หนังสือพิมพ์จึงเริ่มมีความเป็นกลางมากขึ้น

นี่คือบางส่วนของความเหมือนของผู้นำทั้งสองประเทศซึ่งใช้วิธีการที่ไม่แตกต่างกัน ในการรักษาอำนาจของตนเองให้ได้นานที่สุด
-------------

นี่คือบทความที่ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ได้เขียนไว้ก่อนทักษิณจะถูกยึดอำนาจครับ ไม่ต้องมาปั้นแต่งใส่ร้ายเหมือน นปช. ในปัจจุบัน
บันทึกการเข้า
-Botulinum-
Global Moderator
Junior
*****

Angel : Devil +20/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 193


.... สตอเบอแหร่ะ


ดูรายละเอียด
| | Share/Bookmark
« ตอบ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 03, 2010, 10:50:25 AM »

Permalink: Re: ระบอบทักษิณและมาร์กอส
เอื้อเฟื้อ แก่ พวกพ้อง

 ฮี่ๆ
บันทึกการเข้า

--   น่าจะจริง  --
vldeo44
/
Junior
*

Angel : Devil +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 103



ดูรายละเอียด
| | Share/Bookmark
« ตอบ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 03, 2010, 03:25:30 PM »

Permalink: Re: ระบอบทักษิณและมาร์กอส
มีเเต่ได้ในตระกูลพวกพ้องตัวเอง ปล่อยให้ประชาชนตาดำๆไม่รู้เรื่องอะไรเลยนะ อะไร?
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: